[แปล] บทสัมภาษณ์ ‘เทพธิดาแห่งเธียเตอร์’ ยุยรี่ – “อยากจะเป็นแรร์คาแรคเตอร์ที่ไม่ต้องทำอะไรตามขนบดั้งเดิม” (ENTAME next 16/09/2019)

มุรายามะ ยุยริ จาก AKB48 ที่มีความรักต่อการแสดงเธียเตอร์และกระตือรือร้นในการขึ้นสเตจอย่างเต็มเปี่ยมถึงขนาดได้การขนานนามว่า ‘เทพธิดาแห่งเธียเตอร์’ เธอกลับมาติดเซ็มบัตสึเมมเบอร์ของซิงเกิลที่ 56 ของ AKB48 Sustainable ที่วางจำหน่ายวันพุธที่ 18 กันยายน สำหรับมุรายามะที่เข้าถึงทั้งเธียเตอร์และเซ็มบัตสึแล้ว อะไรคือแรงขับเคลื่อนของ AKB48 ในตอนนี้ ที่เธอรู้สึกอยู่กันแน่


 

ขอแสดงความยินดีที่ติดเซ็มบัตสึ Sustainable นะครับ

ยุยรี่ : ขอบคุณนะคะ ครั้งนี้ประกาศผ่านทาง SHOWROOM ซึ่งตอนนั้นถ่าย MV เสร็จไปแล้ว รู้สึกว่าพอแฟนๆ ได้ยินประกาศแล้วจะตกใจกันค่ะ

 

ติดเซ็มบัตสึซิงเกิล Jabaja และ Teacher Teacher แต่กลับไม่ได้รับเลือกในซิงเกิล Sentimental Train และ Jiwaru DAYS ส่วนตัวแล้วรู้สึกอย่างไรกับการกลับมาติดเซ็มบัตสึครับ

ยุยรี่ : ไม่ได้ยึดติดกับเซ็มบัตสึอะไรขนาดนั้น เลยไม่ได้คิดเรื่องจะติดหรือไม่ติดเป็นพิเศษค่ะ แต่ทุกครั้งจะคิดเหมือนๆ กันว่า “แบบนี้งานเซ็มบัตสึจะชนกับแสดงเธียเตอร์เอาน่ะสิ” ล่ะค่ะ (หัวเราะ)

 

ว่าแล้วเชียว (หัวเราะ) หน้าร้อนนี้ตารางงานในฐานะเซ็มบัตสึเยอะเหรอ?

ยุยรี่ : ใช่ค่ะ เพราะมีโอกาสได้ออกรายการเพลงและอีเวนท์เลยตระหนักได้ว่า “เอ เราก็เป็น AKB48 เหมือนกันนี่นา” เพราะสำหรับฉันแล้ว รู้สึกว่าเซ็มบัตสึคือสิ่งที่ดูผ่านจอทีวี เพราะงั้นพอมาเป็นฝั่งที่ขึ้นแสดงในฐานะเซ็มบัตสึก็พลอยรู้สึกอย่างนี้ค่ะ มาคิดดูว่าอย่างมี่อง (มุไคจิ มิอง) และนาจัง (โอคาดะ นานะ) ที่สนิทกันก็จัดการงานของเซ็มบัตสึได้ดีทั้งๆ ที่ก็คอยคิดเรื่องอื่นๆ ไปด้วย ก็นับถือในความสุดยอดเลยค่ะ

 

อัดรายการที่ตัวเองออกมั้ยครับ?

ยุยรี่ : ไม่ค่ะ แต่คุณแม่เป็นแฟนคลับไอดอลอยู่แล้ว ก็จะอารมณ์ว่าถ้าเวลานั้นอยู่บ้านฉันก็จะได้ดูด้วย แต่ที่จริงไม่อยากดูเวลาตัวเองไปออกค่ะ อย่าง AKBINGO! ตอนเห็นตัวเองพยักหน้าขานรับขณะที่คนอื่นกำลังพูด ก็รู้สึกว่าทำท่าทางดูเป็นไอดอลจัง เพราะดูตัวเองอยู่นอกเวลางานด้วย เลยรู้สึกถึงความต่างขั้วเข้าค่ะ แถมไม่ได้ชอบหน้าตัวเองด้วย และเผลอเปรียบเทียบกับภาพ AKB48 ที่ตัวเองวาดฝันไว้ด้วยค่ะ พอยุคสมัยเปลี่ยน เมมเบอร์ก็เปลี่ยน ได้เห็นตัวเองอยู่ในเซ็มบัตสึก็รู้สึกขึ้นมาว่า “ให้ฉันอยู่ตรงนั้นดีแล้วเหรอ?” น่ะค่ะ

 

ไม่ต้องถ่อมตัวขนาดนั้นหรอกครับ คิดว่ายังไงบ้างครับที่ยาฮากิ โมเอกะซังเป็นเซ็นเตอร์ซิงเกิลครั้งนี้?

ยุยรี่ : ไม่ได้ตกใจอะไรค่ะ คาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าเป็นใครสักคนระหว่างยุยยุย (โอกุริ ยุย), นาจัง, ยาฮากิจังค่ะ

 

ยาฮากิซังเป็นคนแบบไหนเหรอครับ

ยุยรี่ : ฉันเป็นพวกขี้อายไม่กล้าคุยตามเคย เพราะงั้นตอนทำงานเซ็มบัตสึด้วยกันเลยทำเป็นไม่สนใจเท่าไรค่ะ (หัวเราะ) แต่ก็รู้สึกว่ายาฮากิจังเนี่ยสุดยอดจังเลย คือสถานที่ถ่ายทำ MV จะมีแมลงวันอยู่ ฉันไม่ชอบก็เลยร้องวี้ดว้ายแล้ววิ่งหนี แต่ยาฮากิจังกลับมองแล้วพูดว่า “ต้าวแมงวันนน~” อะไรแบบนี้ (หัวเราะ)

 

รู้ว่าชอบสัตว์นะ แต่กระทั่งแมลงวันด้วยเหรอเนี่ย (หัวเราะ)

ยุยรี่ : รู้สึกว่าแปลกคนหน่อยๆ ล่ะค่ะ แล้วตอนที่แสดงรายการเพลงครั้งแรกก็ส่งวิงค์ไม่ก็ส่งจูบหน้ากล้องได้ทันทีเลย ขนาดอยู่วงยังไม่ถึง 2 ปีนะเนี่ย รู้สึกว่าสุดยอดเลยที่สามารถทำได้ขนาดนี้ รู้วิธีการนำเสนอตัวเองออกมาด้วย อิจฉาตรงที่มีสิ่งที่ฉันไม่มีค่ะ

 

หน้าร้อนนี้ของ AKB48 ได้จัดทัวร์เดี่ยวในรอบ 4 ปี  ทำให้รู้สึกว่าวงกำลังไปได้สวยเลยทีเดียว เป็นอย่างไรบ้างครับ?

ยุยรี่ : ตอนไปโอซาก้า, เซนได, ฮิโรชิมะ ที่ฉันเข้าร่วมในฐานะเซมบัตสึที่ฟิกซ์ของทัวร์นี้นั้นบรรยากาศเป็นไปได้ด้วยดีค่ะ แต่จริงๆ เป็นเพราะหลายคนเป็นเมมเบอร์ของสเตจ ‘Boku no Natsu ga Hajimaru’ ที่คาชิวากิ ยูกิซังเป็นคนคิดเซ็ตลิสต์ด้วย เลยทำให้ได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้นจากการซ้อมสเตจ เพราะปกติตารางงานของแต่ละคนไม่ค่อยตรงกัน กว่าจะได้ใช้เวลาร่วมกันนั้นไม่ง่ายเลยค่ะ พอมีทัวร์นี้ที่แทรกเข้ามา คิดว่าเป็นส่วนสำคัญเลยที่ทำให้ทุกคนเกิดความอุ่นใจขึ้นมา ได้ใช้พื้นที่เดียวกันโดยไร้ความประหม่าแปลกแยก และส่วนตัวแล้วได้ลดช่องว่างกับคาชิวากิซังไปมากเลยค่ะ

 

มีระยะห่างกันขนาดนั้น?

ยุยรี่ : เดิมเป็นโอชิคาชิวากิซังมาก่อน ที่ชอบ AKB48 ก็เริ่มมาจากคาชิวากิซังเนี่ยแหละค่ะ เพราะงั้นถึงดีใจที่ได้ขึ้นสเตจ ‘Boku no Natsu ga Hajimaru’ กับเขาค่ะ ได้เริ่มคุยกันก็จากสเตจนี้ค่ะ

 

คุยเรื่องแบบไหนเหรอครับ?

ยุยรี่ : อย่างเรื่องปรับท่าเต้นให้เข้ากันหรือสิ่งที่รู้สึกได้จากสเตจค่ะ ฉันมักจะถามเรื่องความถูกต้องอย่างพวก “ท่าเต้นตรงนี้ถูกมั้ยคะ” คาชิวากิซังก็จะคอยชี้แนะวิธีการถ่ายทอดออกมาให้ค่ะ เพราะสไตล์ที่แตกต่างกัน เลยทำให้ได้เรียนรู้จากสิ่งที่คาชิวากิซังพูดค่ะ และยังแนะนำเรื่องอื่นๆ อย่าง “เด็กคนนี้เป็นคนแบบนี้ เพราะงั้นคุยเรื่องพวกนี้ดีกว่านะ” ด้วยค่ะ

เห็นความครึกครื้นของทัวร์แล้วรู้สึกว่าเสียงตอบรับดีไหมครับ?

ยุยรี่ : รอบกลางคืนที่ฮิโรชิมะครึกครื้นสุดๆ เลยล่ะค่ะ ไม่รู้ว่ามาจากแฟนๆ เป็นหลัก หรือเป็นผลจากความเป็นหนึ่งเดียวกันของพวกเราที่ส่งไปถึงกันนะ…….ยังไงกันนะ? หรือเพราะมีช่วงให้ถ่ายรูปด้วยสมาร์ทโฟนได้ เลยกระจายความรู้สึกได้ทางนั้นด้วยรึเปล่านะ

 

หลักๆ ต้องเป็นเพราะความรู้สึกของเมมเบอร์ที่อยากให้ความสนุกครึกครื้นส่งไปถึงสิครับ รู้สึกแบบนี้ตอน TIF ที่อยู่วันถัดมาของทัวร์ที่ฮิโรชิมะครับ เพราะงั้นเลยอยากรู้ว่าจุดกำเนิดมันเริ่มมาจากตรงไหนกันนะ

ยุยรี่ : คิดว่ามาจากการที่ใช้เวลาร่วมกันแหละค่ะ อย่างเช่น ได้สนิทกับนารุจัง (คุราโน่ นารุมิ) ด้วย แล้วยิ่งได้ยืนบนเวทีเดียวกันมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้จักอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก อย่างตอนเดินทางด้วยชินคันเซ็นเคยได้นั่งข้างนารุจัง แล้วนารุจังก็คอยยิงคำถามฉันรัวๆ อย่าง “ทำไมถึงไม่ลงเลือกตั้งเสมอเลยละคะ?” (หัวเราะ) พอได้พูดคุยกันนานๆ ทำให้สังเกตถึงส่วนที่คล้ายกันของแต่ละฝ่าย คงเพราะการสั่งสมอะไรแบบนี้เลยสนิทกับเมมเบอร์คนอื่นๆ เองได้เหมือนกันล่ะมั้งคะ

ทัวร์ทีม 4 ใกล้เข้ามาแล้วนะครับ (ตอนนี้ทัวร์จบไปแล้ว) กำหนดเซ็ตลิสต์ออกมาอย่างไรครับ?

ยุยรี่ : เพราะตัวเองต้องเป็นคนโปรดิวซ์ เลยพยายามคิดน่าดูเลย กลุ้มใจพอควรเลยว่าจะทำยังไงดี จะทำให้ฟีลเหมือนกับมิเนกิชิทีม 4 (ทีม 4 ก่อนหน้านี้ที่นำทัพโดยมิเนกิชิ มินามิ) หรือเปล่า หรือว่าจะเลือกให้เข้ากับพวกเราในตอนนี้ดี….. ทีม 4 ในตอนนี้ แต่ละคนก็โตขึ้นมากแล้ว ความเป็นทีม 4 แบบเมื่อก่อนเลยค่อยๆ เลือนหายไปล่ะค่ะ แต่สุดท้ายก็เลือกความเป็นทีม 4 เมื่อก่อนจนได้ค่ะ

 

บรรยากาศของทีม 4 ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ?

ยุยรี่ : เดือนมกราปีนี้มีคอนเสิร์ตที่ TDC Hall กะว่าจะสนิทกับทุกคนให้ได้ตั้งแต่ช่วงซ้อม แต่มีเด็กทีม 8 อยู่เยอะด้วย เลยไม่ค่อยมีเวลาเหลือให้คิดเรื่องอื่นนอกจากการซ้อมเท่าไหร่ค่ะ

 

ทีม 8 ก็มีคอนเสิร์ตของทีมด้วย คงต้องจำท่าเยอะน่าดูเลยนะครับเนี่ย

ยุยรี่ : เพราะงั้นเลยกว่าจะได้เปิดใจกันก็ตอนสเตจหลังจากนั้นค่ะ

 

เอ่อ ไม่ช้าไปหน่อยเหรอครับนั่น (หัวเราะ)

ยุยรี่ : ถูกเมี้ยวซัง (มิยาซากิ มิโฮะ) บอกแบบนั้นมาเหมือนกันค่ะ (หัวเราะ) แต่สำหรับทีม 4 แล้วถือว่าเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ค่ะ! ในที่สุดก็ก้าวเข้าสู่ขั้นของการเปิดใจซะทีค่ะ! อย่างซาโต้ นานามิจังเองก็เปิดเผยตัวตนออกมาอย่างคาดไม่ถึง นานามิกับนาจังสร้าง “พันธมิตรเฮนไต (เฮนไต = ลามก, ทะลึ่ง)” ขึ้นมาแล้วก็คุยอะไรเบียวๆ กันที่ห้องแต่งตัวค่ะ เหมือนจะสนุกกันขึ้นมาด้วยเรื่องอะไรเล็กๆ แล้วก็เกียวเต็น ยูรินะจังเป็นคนบ๊องๆ ทุกคนเลยคอยชงมุกกัน ก็จะมีบรรยากาศสนุกๆ แบบนี้ในทีม 4 ตอนนี้ค่ะ

 

ความสัมพันธ์กับโอคาดะซังช่วงนี้ล่ะครับ?

ยุยรี่ : เป็นห่วงตรงที่ดูงานยุ่งน่าดูเลยค่ะ ทั้งที่ยุ่งขนาดนี้แต่กลับจัดการทุกอย่างได้อย่างคล่องแคล่ว รู้สึกนับถือเลยล่ะค่ะ

 

ถ้าได้ใช้วันหยุดด้วยกัน 1 วันจะทำอะไรกันครับ?

ยุยรี่ : เพราะนาจังชอบช็อกโกมิ้นท์ เลยอยากจะไปกินที่เกาหลีด้วยกันค่ะ เห็นว่ามีช็อกโกมิ้นท์อร่อยๆ ด้วย ก่อนหน้านี้เคยมีวางแผนเที่ยวเกาหลีกันแต่เกิดไปไม่ได้ขึ้นมา ก็อยากจะไปกินของกินที่นาจังเค้าชอบค่ะ

 

ไม่มีอะไรที่ตัวเองอยากทำเลยเหรอครับ?

ยุยรี่ : ตัวฉันเวลามีใครบอกว่าอยากกินอะไรขึ้นมา ก็จะพลอยรู้สึกแบบเดียวกันไปด้วย เพราะงั้นเลยไม่ได้มีความต้องการอะไรเป็นพิเศษค่ะ เป็นประเภทแบบ “อยากกินช็อกโกมิ้นท์เหรอ? งั้นไปกัน” น่ะค่ะ

 

นิสัยส่วนนี้ก็เป็นที่ชื่นชอบสินะครับเนี่ย (หัวเราะ) มีเมมเบอร์ทีม 4 คนอื่นที่อยากแนะนำไหมครับ?

ยุยรี่ : นามิน (อาซาอิ นานามิ) ถึงจะดูซุ่มซ่ามและจริงจัง แต่ก็เป็นคนเพี้ยนมากค่ะ เหมือนจะชอบกลิ่นฝุ่นที่ทับถมในแอร์ของเธียเตอร์ แล้วจะคุยถึงความดีงามของมันอยู่คนเดียว ทุกคนก็แบบหัวเราะแห้งๆ กัน (หัวเราะ) ถ้าแสดงด้านแบบนี้ออกมาให้เห็นมากกว่านี้ก็คงดีล่ะค่ะ แล้วก็ฮัทสึ (อุทาดะ ฮัทสึกะ) ก็แปลกค่ะ เป็นคนที่สนใจมาตลอดตั้งแต่มาอยู่ทีม 4 พอสบตาก็จะทำตาเหลือกบ้างไม่ก็ทำจมูกบานใส่ ถึงจะทำไปเพราะดูเขินอายอยู่ก็ตาม แต่บนเวทีก็ทำหน้าแบบนี้ เลยชวนคิดว่า “ทะ…ทำไมทำบนเวที?” (หัวเราะ) แล้วก็ฮามะ (ซายูนะ) โดยปกติเวลาคุยกันจะทำท่าชูสองนิ้วอย่างเดียว ช่างยากจะหยั่งถึง (หัวเราะ) เคยมีค้างด้วยกันหนนึง ตอนนั้นยังไลน์หากันว่า “จะรอนะคะ” อยู่เลยแท้ๆ แต่พอทิ้งช่วงไปสักพัก ความสัมพันธ์ดันถูกรีเซ็ตซะงั้น (หัวเราะ) เป็นเด็กประหลาดที่ถึงจะเจอกันที่ห้องซ้อมก็ไม่ยอมคุยกันสักประโยคค่ะ

 

ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ มุรายามะซังเองก็เป็นคนที่แปลกใช่ย่อยนะครับ คิดอยู่ว่าติดเซ็มบัตสึแต่ทำไมไม่ยอมเขียนเรื่องนี้ลง Twitter เลย

ยุยรี่ : Twitter เนี่ย ภาพลักษณ์สามารถเปลี่ยนไปได้จากคำพูดที่ได้รับรู้เลยนี่คะ เป็นเครื่องมือที่เปิดโอกาสให้คนไม่รู้จักตัวฉันจะมาอ่าน เลยเขียนแต่อะไรที่เซฟๆ ค่ะ แต่ก็ไม่ได้หนีนะคะ

 

ไม่คิดเหรอครับว่าพอไม่พูดออกไปแล้วจะเสียเปรียบ?

ยุยรี่ : ฉันอยากจะเป็นแรร์คาแรคเตอร์ อยากทำในสิ่งที่ไม่ต้องทำอะไรตามขนบดั้งเดิมค่ะ อยากมั่นคงในการทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ สำหรับฉันแล้วนั่นก็คือการแสดงเธียเตอร์ค่ะ ถึงอยู่ AKB48 แล้วจะมีโอกาสหลากหลายก็ตาม แต่วิถีของตัวฉันคือ อยากจะพัฒนาตัวเองจากเธียเตอร์โดยไม่จำเป็นต้องผ่านเส้นทางพวกนั้นค่ะ แต่ถ้าวิธีแบบนี้กลับไม่สามารถทำเพื่อ AKB48 ได้ล่ะก็ ก็จะรู้สึกอยากคุกเข่าขอขมามี่องเค้าค่ะ

 

ไม่ต้องทำก็ได้นะครับ (หัวเราะ)

 


▽มุรายามะ ยุยริ
เกิดวันที่ 15 มิถุนายน 1997
บ้านเกิด จังหวัดคานากาวะ
รุ่นที่ 13 กัปตันทีม 4
ชื่อเล่น ยุยรี่
24 กันยายน 2011 ผ่านการคัดเลือกชั่วคราวของออดิชั่นเคงคิวเซ (เด็กฝึกหัด) รุ่นที่ 13 ของ AKB48
5 สิงหาคม 2012 ผ่านการคัดเลือกรอบ Selection
ซิงเกิลที่ 51 ของ AKB48 ได้รับเลือกเป็นเซ็มบัตสึครั้งแรก
15 มกราคม 2019 ได้แสดงโซโล่คอนเสิร์ตครั้งแรกที่ TDC Hall
จำนวนครั้งที่ขึ้นแสดงเธียเตอร์เป็นที่ 1 ทั้งหมด 4 ปีซ้อนของปี 2014-2017 และเพราะความกระตือรือล้นในการแสดงสเตจอย่างเต็มเปี่ยม อย่างเช่นการช่วยถมตำแหน่งที่ว่างกระทันหันจากการบาดเจ็บของคนที่ต้องขึ้น เลยถูกขนานนามว่า ‘เทพธิดาแห่งเธียเตอร์’

Twitter @yuirii_murayama

 

 

ที่มา : ENTAME next

Jan

Taniguchi Megu Kami-Oshi | ผู้ดูแล Taniguchi Megu Thailand Fanpage และ @Omeguthai | ชอบ AKB48 รุ่น 16, Draft รุ่น 3 และตกหลุมเรือโยชิรินแห่งเซโตอุจิ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *