[แปล] บทสัมภาษณ์พิเศษ Shitsuren, Arigatou มี่จัง, ซุกกี้, มี่อง, นาจัง, ยุยรี่ (จาก Rakuten)

เพลงฤดูใบไม้ผลิที่ไม่ได้จำกัดเฉพาะเพลงรัก
แต่มีความหมายครอบคลุมไปถึงการออกเดินทาง

AKB48 ได้วางจำหน่าย Shitsuren, Arigatou ซิงเกิลที่ 57 ไปเมื่อวันที่ 18 มีนาคม ซึ่งเพลงที่ยามาอุจิ มิซึกิซังรับหน้าที่เซ็นเตอร์เป็นครั้งแรกนี้ มีเสน่ห์อยู่ที่ความตรงกันข้ามของเนื้อเพลงที่อกหักกับทำนองเพลงที่สดใสและมองโลกในแง่ดี  ส่วนเพลงรองของซิงเกิลนี้ยังมีเพลง Mata Aeru Hi Made เพลงจบการศึกษาของมิเนกิชิ มินามิซังที่ใกล้จะจบการศึกษาอีกด้วย และในครั้งนี้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับยามาอุจิซัง, มิเนกิชิซัง รวมถึงมุไคจิ มิองซัง, โอคาดะ นานะซัง, และมุรายามะ ยุยริซัง ทั้ง 5 คนถึงเรื่องเพลงใหม่กัน


ตอนประกาศว่ายามาอุจิซังได้เป็นเซ็นเตอร์ครั้งแรกในงาน Request Hour Setlist Best 50 2020 ที่จัดขึ้นที่ TOKYO DOME CITY HALL ในจังหวัดโตเกียวเมื่อวันที่ 19-20 มกราคม ความรู้สึกตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้างครับ?

 ซุกกี้  ฉันเองก็ทราบพร้อมกับผู้ชมที่นั่นเหมือนกัน ก็เลยตกใจสุดๆ ค่ะ เป็นเหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมายที่สุดตลอดช่วงที่ผ่านมาเลย แถมตอนนั้นในหัวก็ว่างเปล่าไปหมดจนคิดอะไรไม่ออก แต่เพราะทำกิจกรรมวงโดยมีจุดมุ่งหมายที่จะอยู่ในตำแหน่งเซ็นเตอร์มาตลอด ก็เลยดีใจมากค่ะ เต็มไปด้วยความรู้สึกที่อยากจะเป็นคนที่จะเป็นดั่ง ‘ประตู’ ที่จะสื่อให้ผู้คนได้รับรู้ถึงเสน่ห์ของ AKB48 ในตอนนี้ออกมาได้ในฐานะเซ็นเตอร์ต่อจากนี้ไปค่ะ

 

จากมุมมองเมมเบอร์คนอื่น ยามาอุจิซังที่เป็นเซ็นเตอร์ครั้งแรกเป็นคนแบบไหนกันครับ? 

 ยุยรี่  ถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอด คงจะไม่ได้สังเกตเห็นเสน่ห์และความน่าสนใจของซุกกี้สักเท่าไหร่นักค่ะ ถึงจะคุยไม่เก่ง แต่ก็คอยตามน้ำเวลาแกล้งนาจัง เห็นแบบนี้แต่เป็นคนขี้เล่นผิดคาดนะคะ (หัวเราะ)

 นาจัง  จะว่าไปก็ตามน้ำจริงๆ แฮะ (หัวเราะ) แต่ก็มีด้านที่เอาจริงเอาจังสุดๆ อยู่ คอยซ้อมและทบทวนล่วงหน้าที่บ้านก่อนมา ก็เลยเต้นไม่มีผิดเลย มีความตั้งอกตั้งใจกับ Performance น่าดูเลยค่ะ!

 ยุยรี่  ช่วงนี้ (ซุกกี้) ก็เป็นคนที่พึ่งพาได้ คอยปลอบฉันตอนจิตตกว่า “ไม่เป็นไรนะคะ” อย่างสดใสด้วย แล้วก็วันถัดมาหลังจากประกาศเซ็มบัตสึ พอฉันถามไปว่า “รู้สึกว่าตัวเองเป็นเซ็นเตอร์แล้วยัง?” เจ้าตัวก็ตอบกลับมาว่า “ขืนมัวขาดความมั่นใจคงใช้ไม่ได้แน่ เพราะงั้นจะพยายามค่ะ!” ด้วยล่ะค่ะ

 มี่อง  ตอนแรกๆ เลยก็มีภาพลักษณ์เป็นเด็กขี้แย แต่ว่าพักหลังรู้สึกว่าดูเข้มแข็งขึ้นมาจริงๆ ค่ะ ช่วงนี้ได้ไปสัมภาษณ์แล้วก็ออกรายการวิทยุด้วยกันบ่อยๆ เนื้อหาที่คุยกันก็ดูหนักแน่นขึ้น คิดว่า “เข้มแข็งขึ้นแล้วนะเนี่ย~” ล่ะค่ะ ไม่ได้มองเหมือนเป็นผู้ปกครองหรอกนะคะ แต่ดีใจที่สัมผัสได้ว่าเติบโตขึ้นค่ะ!

ในมุมมองมิเนกิชิซังจากรุ่น 1 แล้ว ยามาอุจิซังดูเป็นคนยังไงเหรอครับ?

 มี่จัง  ที่ผ่านมาแทบไม่ค่อยได้พูดคุยกันเท่าไหร่ แต่เห็นว่ายุยริกับนาจังเอ็นดูอยู่ ซึ่งสำหรับฉันแล้วยุยริกับนาจังเหมือนเป็นลูกสาวคนนึง เพราะงั้นซุกกี้ก็คงให้ฟีลเหมือนหลานล่ะมั้งนะ (หัวเราะ) ซุกกี้มีความเป็นไอดอลสูงมาก แถมหุ่นก็ดี คิดว่าเป็นคนที่เปล่งประกายคล้ายกับอัตจัง (มาเอดะ อัตสึโกะ) ล่ะค่ะ เลยอยากให้มีความมั่นใจในตัวเองหน่อยค่ะ

 ยุยรี่  ขอบคุณนะคะ จะพยายามค่ะ

 

ซิงเกิล Shitsuren, Arigatou ที่ยามาอุจิซังรับหน้าที่เซ็นเตอร์เป็นเพลงแบบไหนเหรอครับ?

 ซุกกี้  ฟังทีแรกก็มีความประทับใจว่า “อ๊ะ เป็นเพลงสดใสล่ะ!” ค่ะ แล้วพออ่านเนื้อเพลงก็พบว่าเขียนถึงการพยายามข้ามผ่านการอกหักแล้วมุ่งหน้าต่อไป แต่ก็ยังมีความรู้สึกรักจนไม่สามารถลืมอีกฝ่ายได้ ทำให้รู้สึกว่า “เป็นเพลงที่ดีสุดๆ เลย~!” ล่ะค่ะ

 มี่อง  พวกเราบรรดาเมมเบอร์ก็เดาๆ กันว่า เพลงใหม่ที่ซุกกี้เป็นเซ็นเตอร์จะเป็นเพลงแบบไหน เพราะซุกกี้ชอบโบ เลยคิดว่าเป็นเพลงไอดอลน่ารักๆ ล่ะมั้ง~ หรือไม่ก็คงเป็นเพลงเต้นที่เน้น Performance ล่ะมั้ง~ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งคู่เลยค่ะ

 ยุยรี่  ตอนที่ได้ยินว่าซุกกี้เป็นเซ็นเตอร์ ฉันเองก็คิดว่าเป็นเพลงเต้นแน่ๆ เลยล่ะค่ะ! แต่ตอนที่ได้เพลงตัวเดโมมา ฉันก็ถาม (ซุกกี้) ไปว่า “เป็นเพลงแบบไหน?” ก็ได้คำตอบกลับมาว่า “เพลงสดใสค่ะ!” เพราะเป็นเพลงอกหักแบบมองโลกในแง่ดี เลยเข้าใจว่าเป็นทำนองสไตล์ผู้ใหญ่ๆ แต่พอลองฟังจริงๆ ก็พบว่า วัยอย่างพวกเราก็สามารถร้องตามได้อย่างง่ายดาย แถมทำนองเพลงให้ความรู้สึกคุ้นเคยชวนคิดถึงอยู่หน่อยๆ คิดว่าเป็นเพลงที่จะได้รับความรักจากคนทุกวัยได้ล่ะค่ะ

 มี่อง  ตัวเพลงมีความย้อนยุคเบาๆ แถมบรรยากาศชวนคิดถึงค่ะ เมมเบอร์สักคนเคยพูดไว้ว่า บรรยากาศความย้อนยุคแบบนี้คล้ายๆ กับซิงเกิลที่ 44 Tsubasa wa Iranai อยู่นะเนี่ย

 นาจัง  อ๊ะ~ ใช่เลย~ เก็ตเลย! เป็นเพลงสดใสสมเป็นฤดูใบผลิ แต่ตรงที่เป็นธีมอกหักนั้นก็ชวนให้คาดไม่ถึงดีค่ะ ถึงจะดูขัดกันอยู่หน่อยๆ แต่คิดว่าตรงที่ถึงจะเจ็บปวดแต่มีความสนุกสนานมองโลกในแง่ดีนั้น มันเหมือนกับเป็นเพลงอกหัก ที่พอฟังและร้องออกมาแล้วทำให้ยิ้มแย้มได้อย่างเป็นธรรมชาติล่ะค่ะ

 มี่จัง  อย่างที่ทุกคนพูดแหละค่ะว่าเป็นเพลงอกหัก แต่คิดว่าตรงจุดที่มุ่งหวังไปยังอนาคตข้างหน้าแล้วออกเดินทางนั้น ก็แอบตรงกับช่วงเดือนมีนาคมที่เป็นฤดูการจบการศึกษา และเดือนเมษายนที่เป็นช่วงรอยต่อของฤดู ที่ให้ความรู้สึกทั้งพบเจอทั้งจากลาพอดีเลยค่ะ เป็นเพลงที่เรียกได้ว่าเป็นเพลงฤดูใบไม้ผลิที่มีความหมายครอบคลุมไปถึงการออกเดินทาง โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะเพลงรักเท่านั้นค่ะ และเพลงนี้ก็ยังเป็นเซ็มบัตสึเมมเบอร์ครั้งสุดท้ายของตัวเองด้วย เลยรู้สึกว่าเกี่ยวกับการจบการศึกษาของตัวเองด้วยหน่อยๆ ค่ะ

เพลงรองก็ยังมีเพลง Mata Aeru Hi Made ซึ่งเป็นเพลงจบการศึกษาของมิเนกิชิซังอยู่ด้วยสินะครับ

 มี่อง  นาจัง  ยุยรี่  ซุกกี้  แง!

 

ความรู้สึกที่ได้รับเพลงจบการศึกษาเป็นอย่างไร?

 มี่จัง  ไม่รู้สิ~ พอไม่รู้ว่าจะเขียนเพลงจบการศึกษาให้ ก็คิดว่า “จะเป็นยังไงกันนะ~” ล่ะค่ะ… แต่ตอนที่ได้รับการติดต่อจากอากิโมโตะเซนเซว่า “จะทำให้เพลงจบการศึกษาออกมาเป็นเพลงที่ดีนะครับ” ฉันก็ดีใจมากเลยค่ะ

 มี่อง  โอ้~!

 นาจัง  เป็นเรื่องที่วิเศษจังเลย

 มี่จัง  ก่อนที่จะได้รับเนื้อเพลงฉันก็ฟังเพลงตัวเดโม แล้วก็ตั้งตารอพลางคิดว่า “เนื้อเพลงจะออกมาแบบไหนกันนะ~” แล้วตอนที่ได้อ่านเนื้อเพลงก่อนที่จะถ่ายทำท่อนร้องของ MV ก็ร้องไห้ออกมาค่ะ ถึงจะมีโอกาสได้เจอกับอากิโมโตะเซนเซน้อยก็ตาม แต่ก็รู้สึกว่า (อากิโมโตะเซนเซ) นั้นได้คอยเฝ้าดูและเข้าใจความรู้สึกของฉันเป็นอย่างดีเลยล่ะค่ะ ดีใจที่มอบเพลงสุดท้ายเป็นของขวัญให้กันเช่นนี้ และการที่มีรุ่น 13 และรุ่น 14 ที่คอยช่วยเหลือกันสมัยที่โดนลดขั้นเป็นเคงคิวเซ แล้วก็มี มุไคจิ, โคมิยามะ (ฮารุกะ) เข้าร่วม MV นี้ด้วยกันนั้น ทำให้ออกมาเป็นวิดีโอที่ดีมากเลยค่ะ

 

ฝากข้อความของทุกคนถึงมิเนกิชิซังหน่อย

 นาจัง  ตั้งแต่เมื่อก่อน ฉันมีภาพลักษณ์ที่เป็นผู้ใหญ่และเอาจริงเอาจังอยู่ไม่น้อย ทำให้ลดช่องว่างระหว่างรุ่นพี่ไม่ค่อยจะได้เลย แต่รุ่นพี่ที่ใส่ใจฉันเป็นคนแรกก็คือมี่ซังค่ะ พยายามทำความรู้จักนิสัยข้างในของฉัน แถมยังช่วยฉันในตอนนั้นไว้ด้วยค่ะ ทั้งคอยสอน Performance เอย การพูดเอย แล้วก็บุคลิกท่าทางในฐานะไอดอล ซึ่งนั่นทำให้มีตัวฉันในตอนนี้ค่ะ ไม่ว่าจะทั้งในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง หรือในฐานะไอดอลก็คิดว่าดีจริงๆ ที่ได้พบเจอค่ะ

 ยุยรี่  สมัยนักเรียนฉันอยู่ชมรมบาสฯ ที่มีกฎระเบียบเข้มขวด พอผ่านประสบการณ์แบบนั้นเลยคิดว่าห้ามเป็นฝ่ายทักรุ่นพี่ก่อน ก็เลยเพิ่งมาเป็นฝ่ายชวนมี่จังคุยเอาตอนเมื่อไม่นานนี้เองค่ะ ว่ากันตามตรง ขนาดตอนนี้อยู่ด้วยกันสองคนก็ยังสบตาไม่ได้ แถมเดิมทีฉันก็ไม่ใช่คนพูดเก่งด้วย ทำให้เคยถูกลือว่าไม่ถูกกัน แต่มี่จังก็เข้าใจว่า “อันนี้ก็เป็นข้อดีของมุรายามะเหมือนกันเนอะ” ถึงตอนนี้ก็ยังคงเป็นคนที่คุยด้วยแล้วประหม่า แต่อีกใจก็รู้สึกอยากให้คอยใส่ใจกัน เลยเป็นทั้งรุ่นพี่ที่ตัวเองเข้าหาและเป็นทั้งคุณแม่ที่คอยให้ออดอ้อนด้วยค่ะ

 มี่อง  ตอนที่ฉันยังเป็นแฟน AKB48 คนหนึ่ง ฉันชอบมี่จังรองจากโคจิมะ ฮารุนะซังเลยนะ

 มี่จัง  ไม่ต้องพูดว่า “รองจาก” ก็ได้นะ (หัวเราะ)

 มี่อง  (หัวเราะ) หลังจากนั้นฉันก็เป็นเคงคิวเซในฐานะรุ่น 15… อยู่ทีมเดียวกันมาตลอดตั้งแต่ทีม 4, ทีม K มี่จังคอยกอดปลอบตอนที่ฉันกลุ้มใจหลังจากได้รับเลือกเป็นเซ็นเตอร์ของทีม หรือตอนที่ตกเซ็มบัตสึจากงานเลือกตั้งทั่วไปด้วยค่ะ ซึ่งนั่นทำให้พยายามมาได้โดยที่ไม่ถอดใจไปซะก่อน ฉันเป็นพวกไม่ค่อยกล้าพูดเรื่องกลุ้มใจกับคนอื่น แต่กับมี่จังแล้วสามารถคุยได้ทุกอย่าง เป็นเหมือนกับหม่าม้าของพวกเราเลยค่ะ

 มี่จัง  ขอบคุณค่ะ แล้วก็ในโอกาสนี้ก็ได้มีหลาน (ซุกกี้) ด้วยล่ะนะ (หัวเราะ)

ทางยามาอุจิซัง มีเรื่องเล่าอะไรเกี่ยวกับมิเนกิชิซังไหมครับ?

 ซุกกี้  มิเนกิชิซังอ่อนโยนกับเมมเบอร์เด็กๆ ทั้งกับพวกฉันรุ่น 16 ทั้งดราฟท์รุ่น 3 และเข้าหารุ่น 16 ทั้ง 3 คนในทีม K เป็นพิเศษค่ะ ฉันที่ไม่ได้อยู่ทีมเดียวกันก็คอยมองและยังรู้สึกอิจฉาว่า “ดีจัง~” เลยล่ะค่ะ

 มี่จัง  คิดแบบนั้นเหรอเนี่ย~

 ซุกกี้  แต่ว่าไม่นานมานี้ ฉันได้มีโอกาสขึ้นสเตจเดียวกันกับมิเนกิชิซังเป็นครั้งแรกบนสเตจ ‘Boku no Natsu ga Hajimaru’ ในตอนนั้น (มิเนกิชิซัง) เลี้ยงเครื่องดื่มจากคาเฟ่ให้กับทุกคนด้วยค่ะ

 มี่อง  เอ๋~!

 ซุกกี้  ตอนที่นัดคุยเรื่อง MC เองก็คอยสนับสนุนกันอย่างกระตือรือร้น คอยนึกถึงรุ่นน้องเป็นอย่างมาก ถึงแม้ที่ผ่านมาจะไม่เคยพูดออกไป แต่ว่ารู้สึกนับถือจริงๆ ค่ะ ฉันเองก็อยากจะเป็นเมมเบอร์อย่างมิเนกิชิซังให้ได้ค่ะ

 มี่จัง  ดีใจมากๆ เลย ถึงจะไม่สบตากันเลยก็เหอะนะ (หัวเราะ) แต่จากทั้งความรู้สึกเขินอาย ทั้งความรู้สึกที่โดดเด่นไปจากคนอื่นนั้น มันสะท้อนภาพความเป็นเซ็นเตอร์ของ AKB48 เลยล่ะ อยากให้ (ซุกกี้) ให้ความสำคัญกับข้อดีของตัวเอง แล้วคอยนำพา AKB48 ไป ถึงแม้เวลาที่จะได้ทำกิจกรรมร่วมกันจะเหลือน้อยก็ตาม แต่อยากจะสร้างความสัมพันธ์ขนาดที่สามารถกอดกันร้องไห้ในคอนเสิร์ตจบการศึกษาได้ค่ะ

 

จะให้ยามาอุจิซังสืบทอดวิถีมิเนกิชิซัง?

 มี่จัง  ไม่ล่ะ ไม่ต้องรับช่วงต่อก็ได้ (หัวเราะ) ให้คิดซะว่าฉันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี แล้วพยายามในหนทางที่ถูกต้องก็พอแล้วค่ะ!

 

 

ที่มา : Rakuten

Jan

Taniguchi Megu Kami-Oshi | ผู้ดูแล Taniguchi Megu Thailand Fanpage และ @Omeguthai | ชอบ AKB48 รุ่น 16, Draft รุ่น 3 และตกหลุมเรือโยชิรินแห่งเซโตอุจิ